บริษัท ทรู ทัช จำกัด

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้จัดทำขึ้นเพื่ออธิบายให้ท่านทราบถึงแนวทางปฏิบัติของบริษัท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล และเหตุผลในการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

1. เราคือใคร

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมโดย บริษัท ทรูทัช จำกัด ("บริษัท") ในกรณีที่ท่านมีข้อซักถามเกี่ยวกับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กรุณาติดต่อ สถานที่ติดต่อ : เลขที่ 1 อาคารซีพีทาวเวอร์ 2 ชั้น12 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

ช่องทางการติดต่อ : โทรศัพท์ 02-088-8999 โทรสาร 02-022-0360

 

นอกจากนี้ ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่านอีเมล dpo@truetouch.co.th เมื่อได้รับคำถามหรือข้อกังวลของท่าน บริษัทฯ จะติดต่อท่านภายในเวลาอันสมควรเพื่อตอบคำถามหรือข้อกังวลของท่าน ในบางกรณีบริษัทอาจต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนของท่าน

Upon receive your questions or concerns, our representative will contact you within a reasonable time to response to your questions or concerns. In some case, we may request for further information to verify your identity.

2. ข้อมูลส่วนบุคคล คืออะไร

ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอันเกี่ยวกับการใช้บริการในปัจจุบันและที่อาจมีเพิ่มขึ้นในอนาคต ดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลที่บ่งชี้ตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล วันเกิด เพศ สัญชาติ ภาพถ่าย ภาพและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลตำแหน่งที่อยู่

  • ข้อมูลติดต่อ เช่น ที่อยู่ สถานที่ติดต่อ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล

  • ข้อมูลและพฤติกรรมการใช้บริการ รวมถึงการใช้เครือข่าย หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริการ

  • ข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลการชำระเงิน หมายเลขบัตรเครดิต และหมายเลขบัญชีธนาคาร

  • ข้อมูลในการวิเคราะห์การใช้บริการเพื่อการตรวจสอบย้อนหลังในกรณีที่เกิดปัญหาการใช้งาน รวมถึงข้อมูลที่บันทึกในระบบรักษาความปลอดภัย เช่น ข้อมูลโทรทัศน์วงจรปิด (กล้องวงจรปิด) ข้อมูลการบันทึกภาพผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และ/หรือสื่ออื่น เป็นต้น

  • ข้อมูลเพื่อให้บริการเฉพาะกลุ่มลูกค้า เช่น บุคคลที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นและการได้ยิน

  • Certain information required to

    ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับบริษัทในการปฏิบัติตามกฎหมาย คำขอตามกฎหมายของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและ/หรือคำสั่งศาล

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากช่องทางดังนี้

  • ขั้นตอนการสมัครใช้บริการ หรือขั้นตอนการยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่าง ๆ กับบริษัท

  • จากความสมัครใจของท่าน ในการทำแบบสอบถาม (Survey) การสมัครงาน หรือการโต้ตอบทางอีเมล หรือช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ระหว่างบริษัทและท่าน

  • จากการใช้บริการ รวมถึงการใช้เครือข่าย หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริการ

ข้อมูลที่เรารวบรวมจากแหล่งอื่น:

  • บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากบุคคลที่สามซึ่งมีสิทธิเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงตัวแทนและผู้รับจ้างช่วงที่บริษัทใช้เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินการสมัครบริการและให้บริการแก่ท่าน โดยได้รับข้อมูลผ่านทางอีเมล ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ หรือได้รับเป็นเอกสารซึ่งผู้ที่เปิดเผยมีสิทธิให้ข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

5. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อการให้บริการตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น

  • เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ เพื่อการพัฒนาเครือข่าย เพื่ออำนวยความสะดวกในการแจ้งหรือการชำระค่าบริการ

  • เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์และนำเสนอบริการ นำเสนอหรือให้สิทธิประโยชน์

  • เพื่อแจ้งและนำเสนอ สิทธิประโยชน์ ข้อมูล ข่าวสาร รายการส่งเสริมการขาย และข้อเสนอต่าง ๆ เกี่ยวกับการสมัคร การซื้อขายสินค้า หรือการใช้บริการต่าง ๆ ของบริษัทรวมถึงนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นใด

  • เพื่อการสมัคร หรือเปิดใช้บริการที่เกี่ยวข้องกับการสมัคร การซื้อขายสินค้า หรือการใช้บริการต่าง ๆ ของบริษัทรวมถึงนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นใด

  • เพื่อวัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์และวางแผนการตลาด กิจกรรมทางการตลาดของบริษัทและ/หรือร่วมกับนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นใด

  • เพื่อความปลอดภัยหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของบุคคล

  • เพื่อวัตถุประสงค์ของการปฏิบัติตามกฎหมาย และ/หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

  • เพื่อวัตถุประสงค์อื่นตามที่กฎหมายให้อำนาจในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

  • เพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้สมัคร เพื่อสมัครลงทะเบียนและเข้าใช้บริการ

  • เพื่อชำระค่าบริการและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ

  • เพื่อให้บริการหลังการขาย ให้บริการตามที่ท่านร้องขอ ตอบข้อสงสัย สนับสนุนการใช้งาน ให้ข้อมูล รับเรื่องร้องเรียน ชดเชยค่าเสียหาย และแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ

  • เพื่อทำความเข้าใจความต้องการและความพึงพอใจของท่าน

  • เพื่อการแจ้งข้อมูล ข่าวสาร จากหน่วยงานกำกับดูแลและภาครัฐ

  • เพื่อส่งหนังสือแจ้งค่าบริการ ใบสั่งซื้อสินค้าและบริการ การแจ้งเตือนให้ชำระค่าสินค้าและบริการ จัดทำใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี ติดตามทวงถามหนี้

  • เพื่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและเครือข่ายการให้บริการของบริษัท รวมถึงตรวจสอบระบบและกิจกรรมของผู้ใช้บริการ เพื่อติดตามกิจกรรมที่เป็นอันตรายใด ๆ ต่อท่าน ผู้อื่น และบริษัท

  • เพื่อการรักษาความปลอดภัยของสถานประกอบการและสาขาของบริษัท เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันอาชญากรรม

6. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้ ทั้งนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลใด ๆ อันเกี่ยวกับการใช้บริการของท่าน-ให้แก่บริษัทในกลุ่มทรู เครือเจริญโภคภัณฑ์ เครือกิจการ เครือธุรกิจ หน่วยงานราชการตามกฎหมาย ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ธนาคารและผู้ให้บริการด้านการชำระเงินและการทำธุรกรรม ผู้ให้บริการสนับสนุนลูกค้า ผู้ให้บริการจัดการด้านการตลาดและการโฆษณาที่ปรึกษาทางธุรกิจ รวมถึงนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นใดที่บริษัทและ/หรือท่านเป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์ตามกฎหมาย นอกจากนี้ บริษัทอาจจำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อตรวจสอบ และอาจใช้ผลการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวเพื่อป้องกันการฉ้อโกง บริษัทอาจมีความจำเป็นในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคล หน่วยงานต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ ที่มิได้มีมาตรฐานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ (Appropriate safeguards)

7. การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทมีการเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังนี้

  • ลักษณะการเก็บ: จัดเก็บเป็นหนังสือ (Hard copy) และจัดเก็บในระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Soft copy) โดยมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ

  • ระยะเวลาจัดเก็บ: บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือภายในระยะเวลาที่มีสัญญาหรือนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายระหว่างท่านและบริษัท หรือภายในระยะเวลาการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของคู่สัญญา

  • เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือบริษัทไม่มีสิทธิหรือไม่สามารถอ้างฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแล้ว บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ ภายในระยะเวลาอันควร

8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังนี้

 

สิทธิในการถอนความยินยอม (Right to withdraw consent)

  • เมื่อท่านให้ความยินยอมกับบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะแล้ว ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมาย หรือเกี่ยวข้องกับ สัญญาที่ให้ประโยชน์ท่าน

  • ท่านมีสิทธิในการถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท

  • หากการถอนความยินยอมของท่านทำให้บริษัทไม่สามารถมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการบางอย่างให้แก่ท่านได้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอม

  • ในการดำเนินการใช้สิทธิขอถอนความยินยอม ท่านจะต้องติดต่อและขอใช้สิทธิด้วยตัวท่านเองตามช่องทางที่บริษัทกำหนดไว้

สิทธิในการขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล (Right to access)

  • ท่านมีสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวให้แก่ท่าน

สิทธิในการขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคล (Right to data portability)

  • ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับบริษัทไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่นหรือตัวท่านเองด้วยเหตุบางประการได้

สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Right to object)

  • ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

สิทธิในการขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล (Right to erasure)

  • ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to restriction of processing)

  • ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (Right to rectification)

  • ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่สมบูรณ์ โดยบริษัทจะดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง ในกรณีที่ท่านขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างที่บริษัทพิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็นต้องยืนยันตัวตนท่านเพิ่มเติม บริษัทจะขอเอกสารและ/หรือข้อมูลเพิ่มเติม

สิทธิในการร้องเรียน (Right to complain)

  • ท่านมีสิทธิในการร้องเรียนบริษัทด้วยเหตุบางประการได้

ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทเพื่อยื่นคำร้องขอใช้สิทธิข้างต้นตามรายละเอียดที่ปรากฏในข้อ 1 หรือตามช่องทางที่บริษัทกำหนด บริษัทมีสิทธิในการปฏิเสธคำร้องขอที่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต คำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล คำร้องขอที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ และ/หรือคำร้องขอที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง นอกจากนี้ บริษัทมีสิทธิในการปฏิเสธคำร้องขอของท่านตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

9. ในกรณีที่ท่านปฏิเสธไม่ให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทมีความจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายหรือเพื่อการเข้าทำสัญญาระหว่างท่านกับบริษัท หากท่านเลือกที่จะไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทอาจไม่สามารถให้บริการแก่ท่านได้ นอกเหนือจากกรณีที่บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาและการปฏิบัติตามกฎหมาย ในกรณีที่ท่านไม่ยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ท่านยังคงสามารถใช้บริการของบริษัทได้ โดยท่านอาจได้รับความสะดวกจากการใช้บริการน้อยลง เนื่องจากบริษัทไม่ได้รับความยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์สำหรับการให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพ

10. กิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด

ในระหว่างการใช้บริการ บริษัทจะส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกิจกรรมทางการตลาดและการส่งเสริมการตลาด ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท รวมถึงบริษัทในกลุ่มทรู ผู้โฆษณา และพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ท่านอาจมีความสนใจ โดยท่านสามารถดำเนินการยกเลิกความยินยอมในการรับแจ้งข้อมูลข่าวสารได้ ตามรายละเอียดที่ปรากฏในข้อ 1 หรือตามช่องทางที่บริษัทกำหนด

11. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม

ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ บริษัทมีสิทธิเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปได้ตามวัตถุประสงค์เดิม หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้บริษัทเก็บรวมรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านสามารถแจ้งยกเลิกความยินยอมได้ตามช่องทางที่บริษัทได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์

12. นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์อื่น

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ใช้เฉพาะสำหรับการให้บริการของบริษัทและการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทเท่านั้น หากท่านได้เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์อื่น แม้จะผ่านช่องทางในเว็บไซต์ของบริษัทก็ตาม ท่านจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในเว็บไซต์นั้น ๆ แยกต่างหากจากของบริษัท

13. การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะทำการพิจารณาทบทวนนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นประจำเพื่อให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และกฎหมาย ข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวในเว็บไซต์โดยไม่ต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า

 

[ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ได้รับการพิจารณาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2564 ]

thไทย
Scroll to Top